fbpx

เมื่อวางแผนซื้อบ้าน ควรทำประกันอะไรบ้าง?

เมื่อวางแผนซื้อบ้าน ควรทำประกันอะไรบ้าง?

สำหรับใครที่เคยวางแผนซื้อบ้านและเคยผ่านขั้นตอนการขอสินเชื่อมาแล้ว เชื่อว่าแต่ละคนคงมีประสบการณ์ที่เจ้าหน้าที่ธนาคารยื่นข้อเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย MRTA พ่วงมากับการอนุมัติสินเชื่อด้วย บางกรณีก็อาจโดนหลอกให้เข้าใจผิดว่าจำเป็นต้องซื้อ กระทั่งถึงขั้นขู่ว่าถ้าไม่ซื้อเงินกู้ก็จะไม่อนุมัติก็มีส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นกับกรณีเป็นการกู้กับธนาคารพาณิชย์นั่นเอง ทำให้หลายคนต้องซื้อประกันโดยไม่จำเป็นหรือวงเงินประกันมากเกินไปต้องจ่ายเบี้ยแพงโดยใช่เหตุ เช่น กู้ซื้อบ้าน 3 ล้าน เบี้ยประกัน MRTA เกือบ 5 แสนบาท ระยะเวลาประกัน 30 ปี

เพราะฉะนั้น สิ่งที่ทุกคนต้องทราบและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการซื้อบ้านก็คือ กู้ซื้อบ้านบังคับทำเฉพาะประกันอัคคีภัยเท่านั้น

โดยทั่วไปจะทำ 2-3 ปี/ครั้ง ถ้าเป็นกรณีบ้านใหม่เพิ่งเริ่มผ่อนค่าเบี้ยประกันอาจรวมอยู่ในเงินงวดงวดแรก ซึ่งอัตราเบี้ยประกันค่อนข้างถูก เฉลี่ยประมาณ 0.1-0.5% ของวงเงินเอาประกัน โดยประกันนี้จะคุ้มครองเฉพาะตัวบ้าน นั่นหมายถึง มูลค่าเอาประกันจะคิดเฉพาะแค่มูลค่าบ้าน ไม่เกี่ยวกับที่ดิน หรือทรัพย์สินในบ้าน แต่ผู้เอาประกันสามารถซื้อประกันทรัพย์สินภายในบ้านเพิ่มเติมได้ถ้าเห็นว่าจำเป็น

ส่วนประกันที่นอกเหนือจากนี้  เช่น  ประกันภัยพิบัติ  จะเป็นการคุ้มครองบ้านจากภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น น้ำท่วม แผ่นดินไหวและพายุ ซึ่งเป็นประกันที่ไม่ได้บังคับทำเช่นกัน ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการติดสินใจของผู้เอาประกัน

  • ประกัน MRTA คืออะไร ? ซื้ออย่างไรให้คุ้มค่า

MRTA ย่อมาจาก Mortgage Reduced Term Assurance ถ้าแปลตรงๆ ก็หมายถึงประกันสินเชื่อบ้านแบบลดมูลค่า แต่ที่แบงก์เรียกหรือที่เข้าใจกันทั่วไป คือประกันชีวิตคุ้มครองทรัพย์สิน หรือประกันที่ผูกกับสินเชื่อบ้าน

ความแตกต่างจากประกันแบบอื่นๆทั่วไปก็คือ ประกันชีวิตทั่วไปวงเงินคุ้มครองจะตลอดอายุสัญญา แต่ MRTA วงเงินคุ้มครองจะลดลงทุกปี จนปีหลังๆ วงเงินคุ้มครองจะเหลือน้อยมาก โดยวงเงินคุ้มครองจะสอดคล้องไปมูลหนี้หรือวงเงินกู้บ้านที่พอผ่อนไปนานปีเข้าหนี้ก็ค่อยๆลดลงจนหมดหนี้ในที่สุด

ถึงแม้ว่าจะเป็นประกันที่ไม่บังคับทำแต่ถ้าผู้กู้เห็นประโยชน์ เพราะถ้าทำแล้วและเกิดเหตุไม่คาดฝันผู้กู้เสียชีวิตหรือทุพลภาพ ทายาทหรือคนอยู่ข้างหลังก็ไม่เดือดร้อน เพราะแบงก์จะเข้ามารับภาระผ่อนแทน และนอกจากนี้ การทำประกัน MRTA จะทำให้ได้เงื่อนไขดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านที่ถูกลงกว่าปกติด้วย

สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ควรทราบถ้าสนใจจะทำประกัน MRTA ก็คือต้องให้สอดคล้องกับหนี้ที่เกิดขึ้นด้วย นั่นหมายความว่าไม่จำเป็นต้องทำประกันให้คุ้มครองไปจนตลอดระยะเวลากู้ 20 หรือ 30 ปี แต่ก็ควรจะทำมากกว่า 10 ปีขึ้นไปเพื่อให้สามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีฯ ได้ ซึ่งทั่วไปจะทำประกันคุ้มครองแค่ 10-15 ปีเท่านั้น หรือบางทีเบี้ยประกันอาจสูงเกินไป เนื่องจากแบงก์จะพิจารณาความเสี่ยงของผู้กู้ด้วย ต้องไม่ลืมว่าถึงแม้ทางธนาคารจะยอมให้ผ่อนชำระเบี้ยประกัน MRTA ได้ แต่อัตราดอกเบี้ยจะสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยซื้อบ้านพอสมควร หากเป็นไปได้ควรรีบโปะให้หนี้ก้อนนี้หมดไวๆ ก็จะเป็นผลดี

Leave a Comment

%d bloggers like this: