fbpx

6 ข้อผิดพลาดในการเลือกประกันบ้าน

6 ข้อผิดพลาดในการเลือกประกันบ้าน

6 ข้อผิดพลากในการเลือกประกันบ้าน
6 ข้อผิดพลากในการเลือกประกันบ้าน

หลายคนอาจจะมีคำถามเมื่อต้องการคิดจะทำประกันอัคคีภัยสำหรับบ้านหรือคอนโดที่อยู่อาศัยกัน แต่มักจะสงสัยว่าประกันบ้านแบบไหนที่ควรจะเลือก ประกันบ้านแบบไหนที่ควรจะเลี่ยง วันนี้เลยขอสรุปจากเคสจริงที่ได้ทำมาเอามาแชร์เผื่อเป็นประโยชน์กับคนที่กำลังมองหาประกันอัคคีภัยบ้าน

  1. ประกันบ้านที่ราคาถูก แต่ตัดส่วนความคุ้มครองออก: หลายครั้งที่เจอคนที่กำลังเลือกประกันบ้าน หรือประกันรถประกันภัยอื่นๆ แต่กลับมองข้ามจุดประสงค์หลักของการทำประกันภัยซึ่งคือความรับผิดชอบต่อสินทรัพย์ที่ทำประกันภัย ในบางครั้งและหลายๆครั้งที่ตัวแทนและบริษัทประกันอยากจะขาย อยากจะปิดการขาย เลยทำการลดความคุ้มครองออก เพื่อทำราคาให้ถูกลง บ้างก็ตัดส่วนที่คุ้มครองภัยเนื่องจากน้ำหรือภัยจากน้ำท่วมออก บ้างก็ตัดทุนประกันภัยออก หรือตัดส่วนสำคัญอื่นๆออกทำให้สามารถทำราคาประกันภัยได้ถูกลง แต่ก็ต้องแลกมากับการที่ประกันบ้านนั้นจะเจอความเสี่ยงมากขึ้น และปิดความเสี่ยงต่างๆยากขึ้นและเมื่อเกิดเหตุหลายครั้งทำให้ไม่สามารถเคลมได้ และกลายเป็นว่าเสียทั้งค่าประกันภัยและเสียค่าซ่อมแซมที่มากขึ้น ประกันบ้านที่ราคาถูกไม่ได้หมายความว่าไม่ดี ประกันบ้านที่ราคาแพงก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นประกันบ้านที่ดีเช่นกัน แต่จะต้องสมเหตุสมผลกับความคุ้มครอง หากเมื่อเราเลือกประกันบ้านที่เทียบราคาอย่างเดียวอาจจะทำให้การเลือกนั้นถูกบิดเบือนไปได้ ดังนั้นทุกครั้งที่เลือกทำประกันบ้านจริงๆ ให้เน้นเรื่องความคุ้มครองที่ต้องการก่อนว่า ต้องการความคุ้มครองแบบไหนและนำความคุ้มครองเดียวกันนั้นเปรียบเทียบราคาและรายละเอียดอื่นๆจะทำให้ได้ประกันบ้านที่เหมาะสมมากกว่า
  2. ประกันบ้านที่เคลมยาก: เหตุผลหลักของการทำประกันบ้านคือคุ้มครองทรัพย์สิน คุ้มครองบ้านและบุคคลในบ้านหรือบุคคลที่3 ที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ การที่ต้องเคลมได้จริงและเคลมได้เร็วจึงเป็นประเด็นสำคัญที่หลายๆคนจะพลาดไป บางครั้งเมื่อเกิดเหตุแต่การพิจรณาแต่ละเคสที่ช้ามากทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้และต้องสำรองจ่ายค่าดำเนินการไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายการดับเพลิง การขนย้ายสินทรัพย์ต่างๆ และการฟื้นฟู ก่อสร้างบ้านและที่อยู่อาศัยขึ้นมาใหม่ ทำให้เงินต้องไปจมอยู่กับขบวนการเยอะและกว่าจะได้เคลมต้องใช้เวลานานกว่าจะได้เงินเคลมคืน แม้จะได้คืนแต่ได้คืนนานและใช้เวลา สำหรับคนที่ไม่มีเงินสดอยู่กับตัวอาจทำให้การฟื้นฟูและก่อสร้างบ้านกลับมาใหม่เป็นเรื่องที่ช้าขึ้นอีกเพราะต้องรอการอนุมัติจากบริษัทประกัน ดังนั้นการเคลมที่ง่ายและการเคลมที่เร็วจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรละเลย
  3. ประกันบ้านที่ทุนต่ำกว่ามูลค่าจริง: หลายๆครั้งที่ค่าประกันแพงเกินงบที่วางไว้ ทางออกนึงของหลายๆคนคือการที่เลือกจะทำประกันทรัพย์สินให้ต่ำกว่าทุนจริงเพื่อจะได้ลดเบี้ยประกันลง โดยคาดหวังว่าเมื่อเกิดเหตุจะสามารถเคลมได้ปกติเท่าทุน เช่นว่า มูลค่าสินทรัพย์ถ้าประเมินจริงอาจจะอยู่ที่ 5 ล้านบาท แต่ทำเพียง 2 ล้านบาท ด้วยความเชื่อว่า หากเกิดเหตุจริงและได้เงินชดเชย 2 ล้านบาทก็เพียงพอต่อการก่อสร้างซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในรูปเดิมได้แล้วจึงทำแค่ 2 ล้านบาท และเมื่อเกิดเหตุ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ทางประกันจะชดเชยให้เท่ากับจำนวนอัตราส่วนที่ต่ำกว่าทุน ซึ่งก็คือ 2 จาก 5 ล้าน ก็คือ 40% ของค่าเสียหาย หากเกิดความเสียหายที่ 1 ล้านบาท ทางบริษัทประกันภัยจะไม่จ่ายที่ 1 ล้านบาท แม้ว่าจะอยู่ในทุนก็ตาม แต่จะจ่ายเพียง 400,000 บาทเท่ากับอัตราส่วนที่ต่ำกว่าทุน ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุขึ้นและค่าเสียหาย 1 ล้านบาท จะต้องออกค่าซ่อมแซมเพิ่มอีก 600,000 บาท ในกรณีหลายคนไม่เข้าใจและคิดว่าบริษัทประกันไม่ยอมคุ้มครองทั้งหมดแต่เหตุจริงๆเนื่องจากการที่ทำทุนประกันต่ำกว่ามูลค่าจริง ดังนั้นวิธีแก้คือการทำประกันให้เหมาะสมสอดคล้องกับมูลค่าจริงของทรัพย์สิน
  4. ประกันบ้านที่ไม่ครอบคลุม: แม้ว่าการซื้อประกันบ้าน ก็เหมือนกับการสั่งอาหาร สามารถเลือกวัตถุดิบมากน้อยตามแต่ความต้องการได้ สามารถลดหรือตัดทอนความคุ้มครองออกได้ แต่ด้วยเนื้อหาของประกันภัยนั้น สิ่งสำคัญคือคุ้มครองจากภัยที่คาดไม่ถึงซึ่งไม่รู้ว่าจะมีเหตุเกิดจากส่วนไหน ไฟไหม้ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม หรือแม้แต่การโจรกรรม การเลือกตัดความคุ้มครองออกบ้างเพื่อลดค่าใช้จ่ายไม่ใช่เรื่องที่ผิดแปลกอะไร แต่ความคุ้มครองที่หายไปเมื่อเทียบกับเบี้ยที่ลดลงไปแล้วกลับมีความแตกต่างเรื่องเบี้ยไม่มากแม้จะลดค่าประกันภัยบ้านได้จริง แต่กลับต้องแลกกับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
  5. ประกันบ้านกับบริษัทที่ไม่น่าเชื่อถือ: ในแต่ละบริษัทประกันภัยจะมีมาตรฐานการพิจรณาการเคลมและเรื่องที่เคลมแตกต่างกันไป รวมถึงงบการเงินสำรองไว้สำหรับการเกิดเหตุการเคลม ดังนั้นหากเป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินไม่สู้ดีนัก การต้องเจอเรื่องเคลมหนักๆที่ต้องมีค่าใช้จ่ายสูงหลายร้อยหรือหลายพันล้านในทีเดียว บริษัทประกันนั้นๆอาจจะเจอกับปัญหาในการจ่ายเคลมได้ ดังนั้นความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของบริษัทประกันจึงมีส่วนสำคัญเช่นเดียวกัน
  6. ระยะเวลาการออกแบบประกันบ้านที่น้อยเกินไป: ประกันภัยบ้านเป็นประกันภัยที่แตกต่างจากประกันรถ เนื่องจาก สถานที่ตั้ง ทรัพย์สินต่างๆภายในบ้านในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างออกไป ทั้งความเสี่ยง ทั้งภัยที่คุ้มครอง การที่เร่งในการออกแบบประกันภัยบ้านในเวลาที่สั้นมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเลือกและปรับแต่งความคุ้มครองให้เหมาะสมกับสินทรัพย์นั้นๆดีเพียงพอและในหลายๆกรณีจะใช้เกณฑ์มาตรฐานโดยเน้นความเสี่ยงที่สูงไว้ก่อน ซึ่งสิ่งที่จะตามมาก็คือเบี้ยประกันภัยที่มีราคาสูงเกินความเป็นจริงและอาจจะเจอเรื่องความคุ้มครองที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการและความเสี่ยงจริง ดังนั้นสิ่งที่จำเป็นคือการให้เวลากับบริษัทประกันภัยและเจ้าหน้าที่เพื่อทำการวิเคราะห์และปรับแต่งกรมธรรม์ให้สอดคล้องกับความต้องการให้มากที่สุด เพื่อที่จะได้รับกรมธรรม์ที่เหมาะสมทั้งความคุ้มครองและเบี้ยประกันบ้าน

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่มักจะพบเจอเป็นข้อผิดพลาดของผู้เริ่มต้นมองหาประกันภัยบ้าน เบี้ยประกันภัยที่ถูกเป็นเรื่องที่หลายคนมองหาแต่อย่าให้เบี้ยที่ถูกลงนั้นทำให้กรมธรรม์ประกันบ้านนั้นมีความสำคัญน้อยลง ทาง Siam Advice Home ยินดีให้คำปรึกษาและออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยบ้านทุกรูปแบบ รวมถึงประกันอัคคีภัยทุกรูปแบบ ทั้งประกันภัยโรงงาน ประกันภัยธุรกิจ ประกันภัยสินค้าต่างๆ สามารถปรึกษากับทางทีมงานได้ตลอด

 

Leave a Comment

%d bloggers like this: